สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้756
mod_vvisit_counterวันก่อน1272
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้756
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน8862
mod_vvisit_counterเดือนนี้38152
mod_vvisit_counterเดือนก่อน43864
mod_vvisit_counterทั้งหมด2730457

บุคคลทั่วไปOnline: 16
IP ของคุณคือ 54.234.231.49
เข้าชมล่าสุด 26-05-2013 16:30

สถานะสมาชิก

เรามี  ออนไลน์
หน้าแรก สาระความรู้ สอบรอง ผอ.สพป./สพม. ปฏิรูปการศึกษาทศวรษที่2
ปฏิรูปการศึกษาทศวรษที่2 PDF
เขียนโดย pornchai phokanyo   
วันจันทร์ที่ 09 มกราคม 2012 เวลา 02:02
                           ปฏิรูปการศึกษาทศวรษที่2
                    สืบเนื่องจากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ มุ่งเน้นให้มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ  โดยในการดำเนินงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  และที่ประชุมสภาการศึกษาเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  ดำเนินการให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาโดยคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจฯ ได้ทำการศึกษา  สังเคราะห์เอกสาร  รายงานที่เกี่ยวข้อง  ผลการปฏิรูปการศึกษา ๙ ปีที่ผ่านมา  ทิศทางการพัฒนาการศึกษาในอนาคต  และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนใน ๔ ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร  แล้วจัดทำเป็นข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๑) เส�...
สืบเนื่องจากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ มุ่งเน้นให้มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ  โดยในการดำเนินงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  และที่ประชุมสภาการศึกษาเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  ดำเนินการให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
                        สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาโดยคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจฯ ได้ทำการศึกษา  สังเคราะห์เอกสาร  รายงานที่เกี่ยวข้อง  ผลการปฏิรูปการศึกษา ๙ ปีที่ผ่านมา  ทิศทางการพัฒนาการศึกษาในอนาคต  และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนใน ๔ ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร  แล้วจัดทำเป็นข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๑) เสนอต่อที่ประชุมสภาการศึกษาในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒  ซึ่งมีมติเห็นชอบและให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป  คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒  มีมติเห็นชอบ "ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๑)"  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอและให้ดำเนินการต่อไปได้  และเห็นชอบหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ.๒๕๕๒  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ  และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา  แล้วดำเนินการต่อไปได้
                การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) รัฐบาลจะมุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ  โดยมีเป้าหมายหลัก ๓ ประการ คือ
        พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย
        เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
         ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการศึกษา
กรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษามี ๔ ประการคือ
         พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่
         พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่
         พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่
         พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่
เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้
          การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑)เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์  คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.)  ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  จึงกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์  ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายสำหรับการดำเนินงานตั้งแต่บัดนี้จนสิ้นสุด พ.ศ.๒๕๖๑  ดังนี้
          เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๑    คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล
ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
     ๑.๑    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติ  มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ ๕๐
     ๑.๒    ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติ (ผลทดสอบ PISA)
     ๑.๓    ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
     ๑.๔   ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
     ๑.๕   สัดส่วนผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษาเป็น ๖๐:๔๐
     ๑.๖   ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาและอุดมศึกษามีคุณภาพระดับสากลและเป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
     ๑.๗ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทย (อายุ ๑๕-๕๙ ปี)  เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒ ปี   
              เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๒    คนไทยใฝ่รู้ : สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง  รักการอ่าน  และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง
ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
     ๒.๑    ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕  มีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
     ๒.๒    อัตรการรู้หนังสือของประชากร (อายุ ๑๕-๖๐ ปี)  เป็นร้อยละ ๑๐๐
     ๒.๓    ผู้เข้ารับบริการในแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อยร้อยละ ๑๐
     ๒.๔   คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน / นอกเวลาทำงาน  โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ ๖๐ นาที
     ๒.๕   สัดส่วนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ต่อประชากรอายุ ๖ ปี ขึ้นไปเป็นร้อยละ ๕๐
           เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๓    คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสำนึกและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย
ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
     ๓.๑    ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมือง
     ๓.๒    จำนวนคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
     ๓.๓    จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ที่ตั้งครรภ์  ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
     ๓.๔    จำนวนเด็กและเยาวชนเข้ารับการบำบัดยาเสพติด  ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี
     ๓.๕    สัดส่วนคนไทยที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอย่างสม่ำเสมอ  เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ ต่อปี
            เป้าหมายยุทธศาสตร์ข้อ ๔    คนไทยคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ : มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ  มีความสามารถในการแก้ปัญหา  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีความสามารถในการสื่อสาร
ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย
     ๔.๑    ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕  มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์  มีวิจารณญาณ  มีความคิดสร้างสรรค์
     ๔.๒    ผู้สำเร็จการอาชีวศึกษาและการอุดมศึกษา  มีสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ และมีงานทำภายใน ๑ ปี  รวมทั้งประกอบอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น
     ๔.๓    กำลังแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป  เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๖๕ และมีสมรรถนะทางวิชาชีพตามมาตรฐาน