







![]() | วันนี้ | 582 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 582 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49666 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108775 |
| ครูใช้งานวิจัยเลื่อนวิทยฐานะได้ |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2009 เวลา 03:45 |
|
ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.52 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมวิชาการการวิจัยทางการศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 13 “ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประยุกต์โดยนำผลงานวิจัยทางการศึกษา องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ประโยชน์ ต่อยอดในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการนำผลงานวิจัยทางการศึกษาที่มีคุณภาพระดับชาติ จำนวน 102 เรื่อง จากผลงานวิจัยที่เสนอเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 369 เรื่องมาเผยแพร่ ซึ่งการวิจัยต่อยอดและพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ได้นั้น ต้องเข้าใจทิศทางและเป้าหมายที่ต้องเดินไปให้ถึงให้ตรงกันก่อนว่าคือ ทำอย่างไรให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ คุณภาพ โอกาส และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่คนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ แหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และการบริหารจัดการแนวใหม่ ซึ่งเป็นงานที่หนัก และต้องผนึกกำลังกันให้ได้ โดยเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัยในช่วงระยะเวลาต่อไป นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ตนจะนำผลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ ไปกำหนดเป็นนโยบายในการดำเนินการ ปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป ถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีการเตรียมโครงการต่างๆ ไว้รองรับแล้ว แต่ก็สามารถนำมาต่อยอดกันได้ ส่วนข้อเสนอของครูที่ต้องการนำผลงานวิจัยมาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะนั้น หากครูเป็นเจ้าของผลงานวิจัย ก็สามารถนำมาใช้ประกอบการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้อยู่แล้ว ด้านนายวรากรณ์ สามโกเศศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และประธานคณะกรรมการวางแผนการผลิตพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การวิจัยกับการพัฒนาครู คณาจารย์เพื่อคุณภาพการศึกษา” ตอนหนึ่งว่า งานวิจัยเป็นการค้นหาความจริงเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่ครูจะมองว่างานวิจัยต้องใหญ่โต มองว่าเป็นเรื่องยาก ซับซ้อน ทั้งนี้ตนมองว่างานวิจัยที่ดีที่สุดต้องเป็นงานวิจัยแบบง่ายๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที แต่ที่ผ่านมางานวิจัยส่วนใหญ่จะไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงอยากให้ครูให้ความสำคัญกับงานวิจัยแบบง่ายๆ อาทิ การวิจัยเรื่องจะสอนวิชาภาษาอังกฤษอย่างไรให้เด็กเข้าใจง่ายที่สุด รวมถึงระยะเวลา รายวิชาการเรียนของแต่ละวิชาว่าต้องใช้เวลาเท่าไร เด็กถึงจะสนใจ ที่สำคัญงานวิจัยจะเป็นการทำให้ครูมีความมั่นใจในการเรียนการสอน และนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการสอนของตัวเอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นายวรากรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการนำงานวิจัยมาปรับใช้ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ควรกำหนดทิศทางการวิจัยให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการทำวิจัยทั้งระดับชาติ และระดับล่างในส่วนงานวิจัยภายในโรงเรียน เพื่อนำผลการวิจัย ข้อเสนอต่างๆ มาเป็นแนวทาง ในการปฏิรูปการศึกษารอบ 2
แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ |