|
เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม
|
|
วันอังคารที่ 06 ตุลาคม 2009 เวลา 00:31 |
|
 ชี้ซ้ำซ้อนกับสถาบันผลิตครูที่มีอยุ่ประเทศ ระบุร่าง พ.ร.บ.ผูกขาดอำนาจ เตรียมยื่นคัดค้านต่อ “อภิสิทธิ์ – จุรินทร์” เร็วๆ นี้ ด้าน “วิจิตร” ยันเจตนาดี วอนกลุ่มค้านชี้ข้อบกพร่อง
ที่หอประชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ 5 ต.ค.52 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สถาบันผู้ผลิตครูทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ร่วมกันจัดการประชุมเสวนาเรื่อง “สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ! สูตรสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 จริงหรือ”
โดยนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังว่า ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันที่จะคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจัดตั้งหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน กับหลายๆ หน่วยงานที่มีภารกิจงานในลักษณะนี้อยู่แล้ว จึงถือว่าไม่เหมาะสม และยิ่งเป็นองค์กรมหาชน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รมว.ศึกษาธิการ อีกทั้งการตั้งงบประมาณรองรับมากกว่า 2,000 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าเป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเหยื่อของการปฏิรูปการศึกษารอบแรก และเป็นสถาบันที่รวมศูนย์ผูกขาดการศึกษาของชาติ ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รัฐควรทุ่มเม็ดเงิน และหันมาใส่ใจเรื่องผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมถึงคุณภาพของผู้สอนอย่างจริงจัง
เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า สถาบันผลิตครูทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ทำหน้าที่ระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) อยู่แล้ว แต่สถาบันคุรุศึกษาฯ กลับมีอิสระดำเนินการใดๆ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศธ. แม้แต่ในร่าง พ.ร.บ.สถาบันคุรุศึกษาฯ ก็ระบุอำนาจการผลิตการพัฒนาการควบคุมกำกับดูแล รวมถึงบุคลากร ที่ครอบคลุมหน่วยงานอื่นแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อย่างไรก็ตามในเร็วๆ นี้ ทางเครือข่ายองค์กรวิชาชีพฯ จะยื่นหนังสือและรายชื่อร่วมคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาฯ ต่อนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้ทบทวนอย่างเร่งด่วน
ด้านนายวิจิตร ศรีสอ้าน ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เคยหยิบยกมาหารือตั้งแต่เริ่มแล้ว แต่คณะกรรมการจัดทำโครงการยืนยันว่าไม่ซ้ำซ้อน ตนจึงสนับสนุน แต่ทั้งนี้หากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เห็นว่ามีความซ้ำซ้อน ก็ควรชี้แจงว่าตรงจุดใด เพื่อให้คณะกรรมการจัดทำโครงการฯ และรัฐบาลแก้ไขได้ตรงจุด แต่ถ้าไม่ซ้ำซ้อน ก็ต้องเร่งทำความเข้าใจเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มอบหมายให้ สกศ.ไปดำเนินการแล้ว เพื่อจะเชิญผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยตรงมาหารืออีกครั้ง โดยพร้อมยินดีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพราะอยากให้การตัดสินใจเรื่องนี้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับวงการศึกษา
แหล่งข่าว วันที่ 5 ตุลาคม 2552 |