







![]() | วันนี้ | 616 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 616 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49700 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108809 |
| ครม.ออกมาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและเร่งรัดติดตามงบไทยเข้มแข็ง |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:47 |
![]() มติครม.สั่งขรก.รัดเข็มขัดหั่นงบเบิกจ่าย3ข้อ นั่งเครื่องบินชั้นประหยัด ของว่างในการประชุมหัวละ 25 บาทต่อมื้อ อาหารไม่เกิน 80 บาท นายกสมาคมโรงแรมไทย รับกระทบเอกชน เชื่อเจอต่อรองราคาวุ่นแน่ เล็งลดต้นทุนดีกว่าไม่มีงาน เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและขอความร่วมมือจากส่วนราชการให้ใช้ดุลพินิจในการเบิกค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดตามที่กระทรวงการคลังเสนอโดยมีรายละเอียดดังนี้ ข้อแรก ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ขอความร่วมมือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมทุกแห่ง ใช้พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526 (มาตรา 6) โดยขอความร่วมมือให้ออกระเบียบภายใน ให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 9 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า เบิกค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศในอัตราชั้นประหยัด เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทน รองประธานสภาผู้แทน รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และอธิบดี หรือผู้มีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น แต่มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวง หรืออธิบดี จะเบิกจ่ายค่าเครื่องบินในอัตราที่ตนมีสิทธิ หรืออัตราที่ต่ำกว่าสิทธิที่จะได้รับก็ได้ ข้อสอง ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการฝึกอบรม โดยขอให้เบิกในอัตราคนละ 25 บาทต่อมื้อ ส่วนกรณีการจัดฝึกอบรมในสถานที่ราชการขอให้เบิกค่าอาหารไม่เกินคนละ 150 บาทต่อมื้อ ส่วนสถานที่เอกชน ถ้าจัดเลี้ยงอาหารมื้อเดียว เช่น มื้อกลางวัน ขอให้เบิกได้ไม่เกินคนละ 400 บาท แต่ถ้าเลี้ยงเกิน 1 มื้อ ให้เบิกไม่เกินอัตราตามระเบียบ ข้อสาม ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุม ให้เบิกคนละ 25 บาทต่อมื้อ ส่วนค่าอาหารในการประชุมเบิกได้ไม่เกินคนละ 80 บาทต่อมื้อ แต่ก็ขอความร่วมมือให้จัดประชุมภายในสถานที่ราชการ หากส่วนราชการใดไม่สามารถเบิกจ่ายตามอัตราดังกล่าวได้ ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาโดยต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด ด้าน นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวถึงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลว่า นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายราชการของรัฐบาลดังกล่าว อาจมีผลทำให้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย เนื่องจากการต่อรอง และการลดระดับโรงแรมที่เคยใช้บริการ โดยเฉพาะการประชุมภายในหน่วยงาน หรือระหว่างหน่วยงานที่ไม่สำคัญมากนัก คาดว่าอาจมีการลดระดับการใช้โรงแรมจากที่เคยใช้ระดับ 4-5 เป็น 3 ดาว ซึ่งทำให้โรงแรมระดับ 3 ดาว ได้ประโยชน์ แต่สำหรับงานระดับชาติของภาครัฐเอง เชื่อว่าจะยังคงมีการเลือกโรงแรมระดับ 5 ดาวในการจัดประชุมสัมมนาหรือกิจกรรมของภาครัฐอยู่ “หลังจากนี้การต่อรองเรื่องราคาอาจจะเห็นมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าโรงแรมเองจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามต้นทุนการจัดงานที่ลดลงตามสัดส่วนที่รัฐกำหนด เพราะถือว่ายังดีกว่าไม่มีงานเข้ามาเลย ในแง่รายได้อาจกระทบแน่ แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มากนัก” นายประกิจกล่าว นายกสมาคมโรงแรมไทยกล่าวอีกว่า เอกชนเข้าใจบทบาทการทำงานของภาครัฐรวมถึงนโยบายดังกล่าว ถือเป็นการรัดเข็มขัดของภาครัฐเอง ซึ่งจริงๆ แล้วในธุรกิจโรงแรมพบว่า กระแสการลดต้นทุนการจัดงานของภาคราชการมีให้เห็นมาปีกว่าแล้ว เนื่องจากรัฐบาลมองเห็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ความเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้อาจกระทบโรงแรมไม่มากนัก
ที่มา คมชัดลึก วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552
ครม.ออกมาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและเร่งรัดติดตามงบไทยเข้มแข็ง
ครม.เห็นชอบมาตรการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายและขอความร่วมมือจากส่วนราชการให้ใช้ดุลพินิจในการเบิกค่าใช้จ่ายในอัตราต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ ๑. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ขอความร่วมมือให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมทุกแห่งใช้อำนาจตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.๒๕๒๖ (มาตรา ๖) โดยขอความร่วมมือให้ออกระเบียบภายในให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า เบิกค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศในอัตราชั้นประหยัด เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และอธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวงหรืออธิบดีจะเบิกค่าโดยสารเครื่องบินในอัตราที่ตนมีสิทธิหรือในอัตราต่ำกว่าที่ตนเองมีสิทธิได้รับก็ได้ ๒. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการฝึกอบรม ขอความร่วมมือให้เบิกในอัตรา ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ส่วนค่าอาหารในการฝึกอบรม กรณีจัดฝึกอบรมในสถานที่ราชการ ขอความร่วมมือให้เบิกไม่เกินคนละ ๑๕๐ บาทต่อมื้อ ส่วนกรณีจัดฝึกอบรมในสถานที่เอกชน ถ้าจัดเลี้ยงอาหารมื้อเดียว เช่น มื้อกลางวัน ขอความร่วมมือให้เบิกได้ไม่เกินคนละ ๔๐๐ บาท (ถ้าเลี้ยงเกิน ๑ มื้อ ให้เบิกไม่เกินอัตราตามระเบียบ) ๓. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุม ให้เบิกในอัตรา ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ส่วนค่าอาหารในการประชุม ไม่เกิน ๘๐ บาทต่อมื้อต่อคน โดยขอความร่วมมือให้จัดประชุมภายในสถานที่ราชการ ทั้งนี้ การเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้น หากส่วนราชการไม่สามารถเบิกจ่ายตามอัตราที่ขอความร่วมมือไว้ได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาเบิกจ่าย โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม และประหยัดภายใต้หลักเกณฑ์ของระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
ครม.เห็นชอบมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ ๑. กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินตามแผนที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ ๒. ให้หน่วยงานที่ได้รับเงินโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ ดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ ๑ และบันทึกข้อมูล แผนงาน งวดงานและงวดเงิน ตามระบบที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายงานผลความก้าวหน้าตามแผนงาน งวดงานและงวดเงิน ที่สอดคล้องกับความสำเร็จของงานในแต่ละเดือน ไตรมาส เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายเงิน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ ๓. ให้นำอัตราการเบิกจ่ายเงินโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ๔. ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดกำกับหน่วยงานในสังกัด ที่ได้รับเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินอย่างเคร่งครัด ๕. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่มบทบาทให้คลังจังหวัดดำเนินการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ของส่วนราชการในจังหวัดเพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ในส่วนที่กำหนดให้หน่วยงานส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณพิจารณา เพื่อขอจัดสรรเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นั้น ในทางปฏิบัติมีกรณีที่อาจจะไม่สามารถปฏิบัติได้ จึงเห็นควรผ่อนผันกรณี รายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ให้จัดสรรเงินได้จนถึงวันพุธที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ และสำหรับรายการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่ผ่อนผัน รัฐมนตรีเจ้าสังกัดควรนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
ทีมา http://www.moe.go.th/websm/2009/nov/434.html |