







![]() | วันนี้ | 623 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 623 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49707 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108816 |
| ครม.ได้เห็นชอบในหลักการให้ ศธ.ดำเนินโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ จำนวน 5 รุ่น |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันพุธที่ 09 ธันวาคม 2009 เวลา 11:05 |
![]() นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการให้ ศธ.ดำเนินโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ จำนวน ๕ รุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔–๒๕๕๗ รวมจำนวน ๓๐,๐๐๐ คน และเห็นชอบแต่งตั้งนายสุทธิชัย จันทร์อารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ. นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์) เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ แล้วมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามความเห็นสำนักงบประมาณ (สงป.) ดังนี้ ๑. เห็นชอบในหลักการให้ ศธ.ดำเนินโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ โดยมีเป้าหมายผลิตครู จำนวน ๔ รุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔–๒๕๕๗ รวมจำนวน ๓๐,๐๐๐ คน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูสายสอน โดยให้ ศธ. พิจารณา ๒. อนุมัติค่าใช้จ่ายต่อหัวนักศึกษา ประกอบด้วยทุนการศึกษาและงบดำเนินการ โดยให้เบิกจ่ายงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปตามที่ ศธ. เสนอ เนื่องจากเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ครม.ได้เคยให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ๓. ส่วนงบประมาณที่ขออนุมัติดำเนินโครงการในช่วงปี ๒๕๕๔ – ๒๕๖๓ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีในวงเงิน ๔,๒๓๕ ล้านบาท ประกอบด้วยทุนการศึกษาจำนวน ๒,๕๗๐.๒๕ ล้านบาท งบดำเนินการ ๑,๔๑๓.๗๕ ล้านบาท และงบบริหารโครงการ ๒๑๕ ล้านบาทนั้น เนื่องจากเป็นการขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการระยะยาว (๑๐ ปี) จึงให้ ศธ. ขอทำความตกลงในรายละเอียดกับ สงป. ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อพิจารณาจัดสรรตามกำลังงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีต่อไป ๔. ในประเด็นที่ ศธ.ขออนุมัติอัตราที่จะบรรจุนักศึกษาที่จบตามเกณฑ์ของโครงการครูพันธุ์ใหม่ และโครงการผลิตครูภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เป็นอัตราเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูที่ได้รับคืนให้แก่ ศธ. ในอัตราเกษียณร้อยละ ๑๐๐ โดยขอยกเว้นการพิจารณาให้ความเห็นชอบจาก คปร. นั้น เนื่องจาก ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ อนุมัติหลักการให้จัดสรรอัตราจากผลการเกษียณอายุราชการคืนร้อยละ ๑๐๐ ตามที่ ศธ. เสนอ โดยให้ ศธ.จัดทำรายละเอียดการขอคืนอัตรากำลังในแต่ละปี ระหว่างปี ๒๕๕๑–๒๕๕๔ ให้ คปร. รับไปประกอบการพิจารณาตามเหตุผลความจำเป็นเป็นปีๆ ไป จึงเห็นควรให้ ศธ.ดำเนินการตามมติ ครม.ดังกล่าว โดยให้ ศธ.จัดทำรายละเอียดการขอคืนอัตรากำลังในแต่ละปีโดยผ่านการพิจารณาจาก คปร.ก่อน ทั้งนี้ การขอขยายระยะเวลาจากที่กำหนดไว้เดิมจากปี ๒๕๕๑–๒๕๕๔ ออกไปจนจบโครงการดังกล่าวนั้น เห็นควรให้เป็นไปตามความจำเป็นและสอดคล้องกับการขาดแคลนที่แท้จริง ๕. อนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการ ๒ ชุด ได้แก่ ๕.๑ คณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ และคณะกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการครูพันธุ์ใหม่ โดยคณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ประกอบด้วย รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นกรรมการที่ปรึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการที่ปรึกษา นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมทั้งผู้ช่วยเลขานุการรวม ๓ คน และมีกรรมการอื่นอีก ๑๓ คน โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย กรอบและทิศทางการดำเนินงานของโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งกำกับ ดูแล บริหารโครงการ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้โครงการดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ตลอดจนติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานโครงการต่อกระทรวงศึกษาธิการ คณะรัฐมนตรี และสาธารณชน ๕.๒ คณะกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์สมหวัง พิธิยานุวัตร์ เป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่ สกอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมทั้งผู้ช่วยเลขานุการรวม ๓ คน และมีกรรมการอื่นอีก ๑๘ คน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำเกณฑ์และคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตเข้าร่วมโครงการ จัดทำเกณฑ์และดำเนินการคัดเลือกนักศึกษาทุนเข้าร่วมโครงการ จัดทำประชาสัมพันธ์โครงการ และรายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงศึกษาธิการ คณะรัฐมนตรี และสาธารณชน นอกจากนี้ ครม.อนุมัติตามที่ ศธ.เสนอแต่งตั้ง นายสุทธิชัย จันทร์อารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2009/dec/446.html
|