สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้635
mod_vvisit_counterวันก่อน2127
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้635
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน17897
mod_vvisit_counterเดือนนี้49719
mod_vvisit_counterเดือนก่อน76165
mod_vvisit_counterทั้งหมด2108828

บุคคลทั่วไปOnline: 51
IP ของคุณคือ 38.107.179.227
เข้าชมล่าสุด 20-05-2012 11:23

สถานะสมาชิก

เรามี  ออนไลน์
หน้าแรก ข่าวเด่น แวดวงครู ศธ.ทุ่ม 7 พันล้าน ติวเข้ม ผู้บริหาร- ครู กว่า 4.5 แสนคน รับซัมเมอร์นี้สร้าง "ครูแม่ไก่"
ศธ.ทุ่ม 7 พันล้าน ติวเข้ม ผู้บริหาร- ครู กว่า 4.5 แสนคน รับซัมเมอร์นี้สร้าง "ครูแม่ไก่" PDF
เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม   
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2010 เวลา 17:51
teacher-take
ศธ.ทุ่ม 7 พันล้าน ติวเข้ม ผู้บริหาร- ครู กว่า 4.5 แสนคน รับซัมเมอร์นี้ สร้าง "ครูแม่ไก่" กลับไปพัฒนาครูรุ่นน้อง ตั้งเป้า 3 ปีเป็นเลิศ

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.53 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายมหาวิทยาลัย 25 แห่งทั่วประเทศ เกี่ยวกับการอบรมพัฒนาครูทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ข้อสรุปว่าจะเร่งดำเนินการอบรมพัฒนาระดับผู้บริหารสถานศึกษา และระดับครูผู้สอน ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2553-2555 โดยมีเป้าหมายที่จะอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทั่วประเทศ จำนวน 450,000 คน ซึ่งครอบคลุมไปถึงครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และใช้งบประมาณในการดำเนินการ ประมาณ 7,000 ล้านบาท สำหรับในปี 2553 จะอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ระดับผู้อำนวยการทุกคน รวมทั้งครูผู้สอนใน 5 กลุ่มสาระวิชาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา เพื่อเป็นครูต้นแบบ หรือครูแม่ไก่ ที่จะกลับไปทำหน้าที่อบรมพัฒนาครูรุ่นต่อไปให้ครบทุกคน โดยกระบวนการในการอบรมพัฒนาจะใช้ระบบการอบรมทางไกล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในวันที่ 8 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น.จะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะแม่ข่ายของมหาวิทยาลัย 25 แห่งทั่วประเทศ ที่จะมาร่วมกันในการอบรมพัฒนาครูทั้งระบบ ซึ่งหลังลงนามความร่วมมือแล้ว ในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนจะเริ่มดำเนินการอบรมพัฒนา โดยถือว่าเป็นการอบรมพัฒนาครูครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งหวังว่าภายในปี 53 ครูจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้น และเมื่อครบโครงการ 3 ปี เชื่อว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูของเราจะมีคุณภาพมากขึ้น และส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้นแน่นอน

 

ที่มา สยามรัฐ วันที่ 7 มกราคม 2553 


ศธ.ใช้งบไทยเข้มแข็งกว่า 8 พันล้านเน้นอบรมครู

 

สพฐ.ลงนามร่วมมือ 3 สถาบันเดินหน้าใช้งบไทยเข้มแข็ง 8,227 ล้านบาท อบรมพัฒนาครูทั้งระบบใน 3 ปี ตั้งแต่ระดับผู้บริหารถึงครูผู้สอนรวมกว่า 450,000 คน เพื่อสร้างครูให้สอนเด็กคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำตามแนวทางหลักสูตรใหม่ พร้อมจะประสานงานเพื่อให้ใช้ผลการอบรมเพื่อรับรองคุณสมบัติในการต่อใบอนุญาตครูได้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยมุ่งเน้นสร้างครูที่จะสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ เน้นปรับการเรียนการสอนในหลักสูตรใหม่เพื่อยกระดับการเรียนการสอนทั้งหลักสูตร


นายจุรินทร์ กล่าวว่า การอบรมพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นการอบรมครูทั้งระบบครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีครูเข้ารับการอบรม 450,000 คน ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็งจำนวน 8,227 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 แบ่งเป็นใช้งบประมาณ 1,408 3,417 และ 3,402 ล้านบาทตามลำดับ โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 ต่อเนื่องจนถึงปี 2555 เน้นการอบรมผู้บริหารสถานศึกษาและครูประจำวิชา เสริมด้วยระบบอีเทรนนิ่ง โดยจะจัดตั้ง 25 ศูนย์การอบรม

ในปีนี้มีการอบรมผู้อำนวยการโรงเรียน 31,000 คน ครูดีครูเก่ง 5 กลุ่มสาระหลัก 11,039 คน รวมถึงครูแนะแนว บรรณารักษ์ และการศึกษาพิเศษ และครูประถมศึกษา และอบรมครูทั่วไป 370,000 คน ผ่านระบบอีเทรนนิ่ง รวมทั้งสิ้น 435,000 คน ส่วนในปี 2554-2555 เน้นการอบรมรองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูดีครูเก่ง และครูเฉพาะวิชาให้ครบทุกคนทุกระดับ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขั้นตอนการอบรมจะเริ่มต้นด้วยการประเมินครูเป็นรายบุคคล แบ่งกลุ่มระดับสมรรถนะ ระดับต้น กลาง และสูง จึงจะอบรมและทดสอบรายบุคคลในภาพรวม ให้ผลคะแนนการผ่านการทดสอบ ซึ่งจะประสานงานการนำผลการทดสอบไปใช้ในการต่อใบอนุญาตวิชาชีพครู เพื่อไม่ให้ต้องมีการอบรมซ้ำซ้อน รวมทั้งประสานงานให้องค์กรภายนอกมาทำหน้าที่ติดตามประเมินผลโครงการให้ครบถ้วน

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2553

ขอบคุณ Logo_kroobannok