







![]() | วันนี้ | 647 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 647 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49731 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108840 |
| สพฐ.รับลูก "ชินวรณ์" เล็งลดวิชาเรียนเด็กประถมฯ เพิ่มกิจกรรม "ชินภัทร" ย้ำไม่ปรับหลักสูตร |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันพุธที่ 03 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 11:16 |
![]() สพฐ.รับลูกไอเดีย "ชินวรณ์" สั่งปรับลดวิชาเรียนเด็กประถม เหลือแค่ 4 วิชาหลัก เพิ่มเวลากิจกรรมมากขึ้น พร้อมจัดทำตัวชี้วัดชัดเจน “ชินภัทร” ย้ำไม่ได้ปรับหลักสูตร มั่นใจคุณภาพเด็กดีขึ้นได้ใน 1-2 ปี วันนี้ (2 ก.พ.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดที่จะให้มีการปรับลดรายวิชาเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษาเหลือแค่ 4 วิชาหลักว่า เป็นแนวคิดที่ดีมาก และตรงกับสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เน้นย้ำมาตลอดในช่วงปีนี้ เพราะเรื่องนี้พูดกันมานานแล้วว่า ในระดับประถมศึกษาอยากให้มีการบูรณาการ เพื่อให้นักเรียนมีชั่วโมงการเรียนที่ลดน้อยลง และจะได้มีกิจกรรมส่งเสริมความคิด กิจกรรมส่งเสริมลักษณะนิสัยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามแนวคิดของรมว.ศึกษาธิการนั้น เข้าใจว่าคงไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกกลุ่มสาระวิชา 8 กลุ่มสาระ ให้เหลือแค่ 4 วิชา แต่เป็นการบูรณาการ 8 กลุ่มสาระเข้าด้วยกัน และจุดนี้จะเป็นสิ่งที่ สพฐ.จะนำไปดำเนินการ โดยเด็กชั้นประถมฯ ต้น จะต้องอ่านออกเขียนได้ และคิดเลขเป็น ส่วนเด็กชั้นประถมฯ ปลาย ต้องอ่านคล่องเขียนคล่อง คิดเลขและแก้โจทย์ปัญหาเลขได้ ส่วน ม.ต้นและม.ปลาย จะเน้นทักษะภาษาต่างประเทศ ไอที การคิดวิเคราะห์ และทักษะการคิดชั้นสูง “แนวคิดของ รมว.ศึกษาธิการ เป็นแนวคิดที่ชัดเจน และจากนี้ไปการวัดและประเมินผู้เรียนก็จะต้องโฟกัสจุดเน้นในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งหากทำได้ครบวงจรทั้งการปรับหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล ผมเชื่อว่าผลสัมฤทธิ์ของเด็กจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะหากยังคงประเมินทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาด้วยน้ำหนักที่เท่ากันทั้งหมด เข็นอย่างไรก็คงลำบาก แต่หากเน้นให้เด็ก ป.3 อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น โอกาสที่พัฒนาการของเด็กจะเกิดขึ้นก็จะมีความเป็นไปได้ และเชื่อว่าคุณภาพของเด็กไทยน่าจะเห็นผลที่ดีขึ้นภายในไม่เกิน 1-2 ปีนี้” เลขาฯ กพฐ. กล่าว เมื่อถามว่าจะต้องมีการปรับหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับแนวคิดดังกล่าวหรือไม่นั้น ดร.ชินภัทร กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับหลักสูตรใหม่ เพราะหลักการนี้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 ที่จะนำมาใช้พร้อมกันทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่อิงมาตรฐานเหมือนเดิม แต่จุดเน้นจะมีโฟกัสที่มากขึ้น รวมทั้งได้มีการลดเนื้อหาสาระที่ซ้ำซ้อนลงไปแล้วประมาณ 30% ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีเวลาเพิ่มขึ้น และนำเวลาดังกล่าวมาทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เป็นประโยชน์มากขึ้น เช่น กิจกรรมนอกชั้นเรียน กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี พลศึกษา เป็นต้น อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งหลายประเทศพูดตรงกันว่า การพัฒนาคุณภาพต้องวางที่รากฐานของเด็กก่อน โดยประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ก็เน้นให้เด็กระดับประถมศึกษาอ่านออกเขียนได้ และคิดเลขเป็นก่อน แต่ของไทยต้องเรียนถึง 8 กลุ่มสาระวิชา
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กุมภาพันธ์ 2553 |