







![]() | วันนี้ | 677 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 677 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49761 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108870 |
| นายกฯไฟเขียวขึ้นเงินเดือนขรก.5% ครึ่งปี′54 เริ่มเดือนเม.ย. ใช้งบฯ 3หมื่นล้าน |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2010 เวลา 01:22 |
นายกฯไฟเขียวขึ้นเงินเดือนขรก.5% ครึ่งปี′54 เริ่มเดือนเม.ย. ใช้งบฯ 3หมื่นล้าน ปัดเตรียมเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เตรียมปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ ในปีงบประมาณ 2554 จำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ว่า เราได้เตรียมงบประมาณไว้สำหรับครึ่งปี หากคณะกรรมาธิการเห็นชอบตามที่ได้ตั้งไว้ในงบประมาณ ก็จะขึ้นเงินเดือนได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ซึ่งเหตุผลที่ขึ้นเงินเดือนให้เพียงครึ่งปี เพราะหากขึ้นเงินเดือนให้เต็ม 1 ปีจะเป็นภาระที่เยอะเกินไปสำหรับปีงบประมาณเมื่อถามว่าการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ในงบประจำจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับการเงินและการคลังหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้หากนำงบประจำไปเปรียบเทียบกับงบลงทุน ตามงบประมาณปี 2554 แล้วก็ถือว่ามีสัดส่วนลดลง โดยงบประจำจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือเงินเดือน ค่าใช้จ่ายประจำและเงินอุดหนุน ซึ่งปัจจุบันนั้นในหมวดของเงินอุดหนุนหรือเงินที่จ่ายตามนโยบายค่อนข้างจะ สูง เพราะมีเรื่องของนโยบาย อาทิ เรียนฟรี และเบี้ยยังชีพ ที่จะถูกจัดอยู่ในงบประจำ ดังนั้นจึงอย่าไปมองว่างบประจำเป็นงบประมาณที่ไม่มีประโยชน์หรือเป็นงบที่ สูญเปล่า เพราะการลงทุนเชิงสังคมจะอยู่ในหมวดของงบประจำเกือบหมด ส่วนของเงินเดือนนั้นก็ได้มีการควบคุมไม่ให้เกินสัดส่วนที่ควรจะเป็นอยู่ แล้ว โดยทั้ง ก.พ. และ ก.พ.ร.ก็ดูแลอยู่ ขณะเดียวกันแผนของราชการเราก็ชัดเจนว่าค่าตอบแทนของคนในระบบราชการก็ต้อง เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในภาคเอกชนด้วย เพราะอาจจะมีปัญหาในการรักษาคนหรือดึงดูดคนเข้าสู่ระบบ และในส่วนของข้าราชการก็ไม่ได้ปรับมานานพอสมควร เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าช่วงครึ่งปีหลังของงบประมาณปี 2554 น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเงินข้าราชการครั้งนี้จะเป็นการปรับตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.งบประมาณ ส่วนการปรับขึ้นตามความดีความชอบ และการปรับขึ้นเงินเดือนโดยอัตโนมัตินั้นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ปรับอยู่ แล้ว ส่วนงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ 3 หมื่นล้าน แต่จะเอางบประมาณมาจากไหนนั้นไม่มีปัญหา เพราะตอนที่ได้ทำงบประมาณ ตนได้ขอให้กระทรวงการคลังทำการมองไปข้างหน้าว่าภาระด้านงบประมาณต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้มีตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในเรื่องของค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเป็นการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเพื่อเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “อาจจะมีการเลือกตั้งก่อนที่จะได้มีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหาร เพราะเราได้รับเรื่องร้องมาจากข้าราชการมาตลอด ว่าอยากขึ้นเงินเดือนตั้งแต่ปี 2552 แต่ขณะนั้น สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย มาปี 2553 หากถามใจคนอยากให้ก็อยากให้ขึ้นเงินเดือนทั้งปี แต่กำลังเงินยังไม่เหมาะก็ให้ขึ้นครึ่งปี” เมื่อถามว่าเมื่อขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะทำให้มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อหรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเงินเฟ้อนั้นขณะนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยยังดูแลอยู่อย่าง เหมาะสม และได้ส่งสัญญาณว่า ในช่วงครึ่งปีหลังของปี2553 ต่อเนื่องถึง ต้นปี 2554 อาจจะต้องทบทวนเรื่องของนโยบายทางการเงิน โดยจะต้องเป็นไปตามแนวโน้มของเศรษฐกิจ
ที่มา มติชนออนไลน์ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553 |