|
เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม
|
|
วันศุกร์ที่ 03 กันยายน 2010 เวลา 09:17 |
 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยมติ ครม.เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ 1) อนุมัติปรับสถานภาพครู ศรช.เป็นพนักงานราชการ 2) อนุมัติกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งฯ ของบุคลากรทางการศึกษาอื่น 3) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา - อนุมัติปรับสถานภาพครู ศรช. เป็นพนักงานราชการ 8,672 คน รมว.ศธ.เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการปรับสถานภาพครูศูนย์การเรียนชุมชน (ครู ศรช.) เป็นพนักงานราชการ จำนวน 8,672 คน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ทั้งนี้ให้กำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 – 30 กันยายน 2555 เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลา ตามกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการของส่วนราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2552–2555 ที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว ในส่วนของงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับสถานภาพครูดังกล่าวข้างต้น ให้ ศธ.ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ด้านบุคลากร เท่าที่ได้รับการจัดสรรไว้แล้ว ส่วนงบประมาณที่ต้องใช้เพิ่มขึ้น ให้ ศธ.พิจารณาใช้จ่ายจากงบประมาณรายการอื่นที่ได้รับจัดสรรไว้แล้วตามความเหมาะ สม โดยให้ขอตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป
- อนุมัติกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) พ.ศ. .... และร่างกฎ ก.ค.ศ.ที่เกี่ยวข้องรวม 3 ฉบับ ตามที่ ศธ.เสนอ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- ร่าง กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) พ.ศ. .... ได้กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ มี 2 ประเภท โดยกำหนดนิยามของตำแหน่งประเภทวิชาการและกำหนดระดับตำแหน่งประเภทวิชาการ มีการกำหนดนิยามของตำแหน่งประเภททั่วไป และกำหนดระดับตำแหน่งประเภททั่วไป นอกจากนี้ได้กำหนดให้ ก.ค.ศ.มีอำนาจกำหนดตำแหน่งอื่นนอกจากที่กำหนดไว้แล้วในกฎ ก.ค.ศ.นี้ ตลอดจนกำหนดให้การวางแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด
- ร่างกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ได้รับเงินเดือน พ.ศ. .... ได้กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ รับเงินเดือนในขั้นต่ำขั้นสูงของระดับเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำ ขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และกำหนดข้อยกเว้น รวมทั้งกำหนดระดับเงินเดือนของผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและระดับตำแหน่งประเภทสายงานและระดับ อื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 57, 58, 59, 61 หรือ 63 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ ก.ค.ศ.กำหนด ส่วนผู้ที่มีลักษณะหน้าที่เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ หากระดับตำแหน่งและการให้ได้รับเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนสามัญเปลี่ยน แปลงไปก็ให้ได้รับเงินเดือนเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ
- ร่างกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. .... ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ รวมทั้งกำหนดอัตราเงินประจำตำแหน่งในตำแหน่งประเภทวิชาการด้วย
-------------------------------------------------------------------------------- - เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. .... ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. .... ตามที่ ศธ.เสนอ โดยสาระสำคัญมีดังนี้ กำหนดให้จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเป็นหน่วยงานกลาง ตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยมีวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด และให้สถาบันมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น และให้สถาบันมีอำนาจกระทำกิจการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์
- กำหนดให้ทุนและทรัพย์สินของสถาบัน ประกอบด้วยเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา 42 เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม และเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เป็นต้น และให้รายได้ของสถาบันไม่เป็นรายได้นำต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
- กำหนดให้มีคณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่ง ครม.แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด กรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 6 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 คน โดยมีผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นกรรมการและเลขานุการ กำหนดคุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
- กำหนดให้มีผู้อำนวยการสถาบันฯ ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ที่กำหนด กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสถาบันฯ
- กำหนดให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด และให้กองทุนประกอบด้วยเงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิมเงินอุดหนุนที่ รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินที่ได้รับจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม และเงินค่าสัมปทานและผลกำไรที่ได้จากการดำเนินการด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมตามที่ได้รับจัดสรรตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี เป็นต้น โดยให้เงินและทรัพย์สินของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
- กำหนดให้การจัดสรรเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของกองทุน เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ
- กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุน ประกอบด้วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ผู้แทนส่วนราชการเป็นกรรมการ และกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ
- กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณ ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ วาระเริ่มแรกของคณะกรรมการฯ ผู้อำนวยการสถาบันฯ และการโอนข้าราชการและลูกจ้างไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันฯ
ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2010/aug/282.html |