







![]() | วันนี้ | 719 |
![]() | วันก่อน | 2127 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 719 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 49803 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2108912 |
| สถานี ก.ค.ศ.: ผลทางวินัยกรณีไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ.(2) |
|
| เขียนโดย ผู้สื่อข่าว สอบได้ดอทคอม |
| วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2011 เวลา 15:03 |
ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.ในสัปดาห์ที่แล้ว ได้นำเสนอบทความเรื่อง ปรับเงินเดือน 8%เบิกจ่ายต่อเนื่องจากเป็นประเด็นที่กำลังอยู่ในความสนใจ เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับทราบใน สัปดาห์นี้ จึงเป็นการนำเสนอผลทางวินัยกรณีการไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ.ให้ทราบต่อเนื่องจากวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2554 ที่ได้เสนอให้ทราบแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการตามมติก.ค.ศ.ที่สำนัก งาน ก.ค.ศ.ได้มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังส่วนราชการ หน่วยงานการศึกษาไปแล้ว ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ด่วนมาก ที่ ศธ 0206.9/0207 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 เรื่องซักซ้อมความเข้าใจ การรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2551 กรณีการไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ./อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการอาจเกิดผลในทางวินัย ได้ดังนี้ 1.กรณี เป็นความผิดวินัย หรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 โดยมีพฤติการณ์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ 2.กรณี เป็นความผิดวินัย หรือวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 ถ้ามีพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประมาทเลินเล่อ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง 3.เป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2547 (ป.ป.ช.) อันเป็นพฤติการณ์มีเจตนาช่วยเหลือผู้อื่นโดยการกระทำหรือละเว้นการกระทำ ซึ่งหาก ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หน่วยงานการศึกษา 4.กรณีเป็นความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย หรือหน่วยงานของรัฐ 5.อาจรับโทษทางอาญา ถ้าศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำคุก เป็นความผิดปรากฏชัดแจ้งและกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วร้ายแรง จึง ขอแจ้งย้ำให้ส่วนราชการ หน่วยงานการศึกษาเกิดความเข้าใจในการปฏิบัติและถือปฏิบัติอันเป็นการป้องกัน มิให้มีการกระทำผิดวินัยเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรมเป็นไปในทางที่มีวินัยต่อไป และขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |