สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้791
mod_vvisit_counterวันก่อน2127
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้791
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน17897
mod_vvisit_counterเดือนนี้49875
mod_vvisit_counterเดือนก่อน76165
mod_vvisit_counterทั้งหมด2108984

บุคคลทั่วไปOnline: 42
IP ของคุณคือ 38.107.179.226
เข้าชมล่าสุด 20-05-2012 12:35

สถานะสมาชิก

เรามี  ออนไลน์
หน้าแรก ข่าวพลวัตร โดยพรชัย มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวัน
มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวัน PDF
เขียนโดย pornchai phokanyo   
วันศุกร์ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 08:44

มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวัน

1. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29  กรกฎาคม  2551  เห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียน ตามโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา จากอัตราคนละ
10 บาทต่อวัน เป็นอัตราคนละ 13 บาท ต่อวัน จำนวน 200 วัน  ตั้งแต่ปีงบประมาณ  2552
2. มติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 13  พฤษภาคม  2552  เห็นชอบให้เด็กนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็ก
เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน เต็ม 100%
ในอัตราคนละ 13 บาท ต่อวัน จำนวน 200 วัน  ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เป็นต้นไป
3. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม  2553  อนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติมวงเงิน
4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับประทานอาหารกลางวัน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม  2552 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เฉพาะภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา  2553
------------------------------------------

มติคณะรัฐมนตรี  วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม  2551
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
(นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)
31. เรื่อง ขอปรับเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันนักเรียน
        ตามที่กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า

  1. จากการที่รัฐบาลจัดให้มีโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหารและภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียน โดยจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้นักเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีทุพโภชนาการและขาดแคลนอาหารกลางวันให้โรงเรียนประถมศึกษา 5 สังกัด รวมจำนวน 4,710,310 คน อัตราคนละ 10 บาทต่อวัน จำนวน 200 วัน งบประมาณ 9,420,620,000 บาท
  2. เนื่องจากปัจจุบันราคาสินค้ามีการปรับเพิ่มขึ้นมาก กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในโครงการอาหารกลางวัน เพราะงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ไม่เพียงพอในการประกอบอาหารตามปริมาณที่นักเรียนควรได้รับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งดูแลงบประมาณดังกล่าวเพื่อขอปรับเพิ่มงบประมาณแล้วทราบว่า ได้ขอตั้งงบประมาณในปี 2551 เพิ่มเป็น 15 บาท แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณจึงได้จัดสรรในอัตราคนละ 10 บาท ต่อวันเช่นเดิม
  3. ดังนั้นเพื่อให้โรงเรียนจัดอาหารกลางวันช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ ยากจน และ

ขาดแคลนได้รับสารอาหารเพียงพอกับความต้องการ และงบประมาณค่าอาหารกลางวันสอดคล้อง
กับภาวะเศรษฐกิจที่สินค้าอาหาร มีราคาสูงขึ้น
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียน
ตามโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา จากอัตราคนละ 10 บาทต่อวัน เป็นอัตราคนละ 13 บาท ต่อวัน จำนวน 200 วัน  ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยให้รับความเห็นของสำนักงบประมาณ ที่ให้กระทรวงศึกษาธิการประสานขอความร่วมมือจากคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อนำรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาสมทบค่าอาหารกลางวันในส่วนที่เพิ่มขึ้นในโอกาสแรกก่อน และให้ทบทวนและตรวจสอบจำนวนเด็กนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรค่าอาหารกลางวันในปัจจุบันอีกครั้ง หากจำเป็นก็ให้พิจารณาเสนอของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ตามขั้นตอนต่อไป รวมทั้งควรส่งเสริมให้โรงเรียนนำเงินทุนหมุนเวียนจากสำนักงานโครงการอาหารกลางวัน กระทรวงศึกษาธิการ มาดำเนินงาน โดยส่งเสริมให้นักเรียนทำการเกษตร เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ฯลฯ ในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตทางเกษตรมาสมทบกับค่าอาหารกลางวัน ตามข้อสังเกตของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ การจัดอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนดังกล่าวให้พิจารณาดำเนินการให้ถูกหลักโภชนาการตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่เหมาะสมเพียงพอทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ


มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่  13 พฤษภาคม  2552 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
(นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)
22. เรื่อง ของบประมาณเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนให้เด็กนักเรียนทุกคนรับประทานอาหารกลางวัน
สาระสำคัญของเรื่อง
1.    การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สถานศึกษาสำหรับสนับสนุนให้เด็กนักเรียนรับประทานอาหารกลางวันเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดสารอาหาร หรือทุพโภชนาการ (น้ำหนักหรือส่วนสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์) เด็กนักเรียนยากจน โดยประมาณการจำนวนกลุ่มเป้าหมายมีจำนวน 30% ของจำนวนเด็กแต่ละสถานศึกษา ศธ.จึงได้ใช้เกณฑ์ดังกล่าวในการจัดสรรเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้แก่สถานศึกษา และกระทรวง มหาดไทย ได้รับถ่ายโอนงบประมาณอาหารกลางวันจากหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2545 ตามพระราช ญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
2.    ในปีงบประมาณ พ.ศ.2552 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้แก่ อปท. เพื่อดำเนินการเรื่องอาหารกลางวันให้แก่เด็กเล็ก เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษา ปีที่ 6 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสังกัด อปท. โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน (บนพื้นที่ราบสูง) ศูนย์เลี้ยงเด็กสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  (ทั้งรับโอน และจัดตั้งเอง) โดยจัดในอัตรา 60% เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,133,298,400 บาท
3.    ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 มีมติเห็นชอบให้เด็กนักเรียนทุกคนตั้งแต่ เด็กเล็ก อนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับอุดหนุนงบประมาณอาหารกลางวันและมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพในการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ
4.    ปัจจุบันมีปัญหาด้านภาวะเศรษฐกิจของประเทศทำให้ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ การจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนที่ทุพโภชนาการและยากจนในอัตรา 60% ของจำนวนเด็กนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในอัตรา 40% ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอาหารกลางวันสำหรับเด็กดังกล่าว ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนทุกคนได้มีอาหารกลางวันรับประทานที่โรงเรียนจะลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และช่วยให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพพลานามัยที่ดี ได้รับสารอาหารเพียงพอและสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในสถานศึกษาได้อย่างเต็มที่

                คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้เด็กนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล-ชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน เต็ม 100% และปรับอัตราค่าอาหารกลางวัน
จากอัตราคนละ  10 บาท เป็นอัตราคนละ 13 บาทต่อวัน ทั้งนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป
-----------------------------------------------


มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 เรื่อง ค่าอาหารกลางวัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)
43. เรื่อง ของบประมาณเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทุกคนรับประทานอาหารกลางวัน
1. การจัดงบสนับสนุนค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเริ่มดำเนินการมาตั้งปี 2535 โดยมีจุดประสงค์
เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ยากจน โดยระยะแรกมีเด็กนักเรียน 30% ของจำนวนนักเรียนในแต่ละ
สถานศึกษา ที่จะได้รับการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน และต่อมาขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเป็น 60%  
และตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เห็นชอบให้เด็กนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็ก
เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันเต็ม
ทั้ง 100% และให้ปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวัน จากวันละ 10 บาทต่อคน เป็น 13 บาทต่อคน โดยมีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อลดภาระให้กับผู้ปกครองเด็กนักเรียนทุกคน ในภาวะที่เศรษฐกิจ
ของประเทศชะลอตัว ทำให้ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพนั้น
2. ในปีงบประมาณ 2553 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับงบประมาณค่าอาหารกลางวัน
13,030,811,300 บาท และได้โอนจัดสรรให้โรงเรียน 3 ประเภท ในอัตรา 100% ของนักเรียน ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน โรงเรียนในโครงการพระราชดำริ และโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมเป็นเงิน 4,334,539,300 บาท และโอนจัดสรรให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนตั้งแต่ 121 คนขึ้นไป ในอัตรา 60% เป็นเงิน 8,696,272,000 บาท รวมจำนวนนักเรียนทุกสังกัดที่ได้รับการจัดสรรไปแล้ว 4,677,591 คน ยังมีนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ไม่ได้รับการจัดสรรในอัตรา 40% อีกจำนวน 1,328,723 คน คิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 3,454,679,800 บาท
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 งบกลาง
รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติมวงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวัน
ให้เด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับประทานอาหารกลางวัน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13  พฤษภาคม  2552  ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
เฉพาะภาคการศึกษาที่ 1  ของปี พ.ศ.2553  สำหรับงบประมาณในการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทย ไปขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป

- เรื่อง ของบประมาณเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทุกคน
รับประทานอาหารกลางวัน(นร 0505 / 7999 วันที่ 24 พฤษภาคม 2553)
  คลิกที่นี่ี้เพื่อดูรายละเอียด