







![]() | วันนี้ | 841 |
![]() | วันก่อน | 3190 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 6175 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 17897 |
![]() | เดือนนี้ | 55259 |
![]() | เดือนก่อน | 76165 |
![]() | ทั้งหมด | 2114368 |
| นโยบาย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ |
|
| เขียนโดย pornchai phokanyo |
| วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2010 เวลา 13:36 |
|
นโยบาย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พัฒนาสมองเด็กไทยอย่างจริงจัง มีเครือข่ายเต็มพื้นที่ที่จะมาร่วมกับ ศธ. ระดับประถมศึกษา ต้องเน้นอ่านออกเขียนได้ ทำเลขเป็น เน้นความกตัญญูกตเวที มีวินัย มีความรับผิดชอบ มัธยมศึกษา ให้ต่อยอขึ้นมา เด็กของเราอ่านออกเขียนได้ทำเลขเป็น เน้น 2 ภาษา เน้นไอซีที เพื่อให้ทันกับโลกยุคใหม่ ถ้าจบมัธยมศึกษาแล้วต้องมีความเป็นพลเมืองดี ตนอยากเห็นการศึกษาระดับนี้ สร้างสังคมประชาธิปไตย สร้างรากฐานสังคมประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยของตนไม่ใช่การเลือกตั้ง ตนหมายถึงวิถีชีวิตที่ดี พลเมืองของเราต้องมีคุณลักษณะเคารพซึ่งกันและกัน รู้จักแบ่งงานกันทำ เห็นประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน ใช้วิธีการแห่งปัญญาในการแก้ปัญหา ส่วนระดับอาชีวศึกษา ไม่ใช่ปริญญาตรี ไม่ใช่ ปวช. ปวส. อาชีวศึกษาต้องเป็นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างฝีมือแรงงานให้แก่ประเทศอย่างแท้จริง และต้องมีตัวเลขแผนกำลังพลภาครัฐ ต้องมีหน่วยวัดคุณภาพผู้เรียนแล้วให้ค่าตอบแทนตามคุณภาพ ต้องทำให้เกิดขึ้นในยุคนี้ ระดับอุดมศึกษา ตนคิดว่ามหาวิทยาลัยของเรามีคุณภาพเป็นมหาวิทยาลัยในระดับเฟิร์สคลาส เป็นมหาวิทยาลัยที่จะสร้างชื่อเสียงได้เป็นมหาวิทยาลัยสากล ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียน ส่วนจุดเน้นของตน ต้องการให้เป็นการศึกษาเพื่อการมีงานทำ และเพื่อพัฒนาอาชีพของคนที่มีงานทำแล้วให้มีศักยภาพในการแข่งขันและทางเศรษฐกิจระดับประเทศ และในส่วนของการศึกษาตลอดชีวิต อยากเห็น กศน.ตำบลเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูก มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นเครือข่ายให้แก่ประชาชน รู้ราคาสินค้าเกษตร เรียนรู้องค์ความรู้ได้ทันที นโยบาย รมว.ศธ ชินวรณ์ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ตามนโยบายที่ได้คิดใหม่ เพื่อให้สานต่อ และสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม การประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะนำไปกลั่นกรอง และดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่จะให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังต่อไป ดังนี้ ๑. การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ขอให้ทุกส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมดได้ร่วมกันในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ให้มีการประชาสัมพันธ์ขยายผล ตลอดถึงขอความร่วมมือในการที่จะให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ นั้น เน้นการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต โดยเน้นที่คุณภาพผู้เรียน เน้นที่โอกาสที่ผู้เรียนควรจะได้รับอย่างเสมอภาค เน้นในเรื่องของการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการที่จะดำเนินการในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่จะต้องดำเนินการในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยมีกิจกรรมหลักสำคัญที่จะต้องเริ่มต้นในนโยบายข้อนี้ คือ จะจัดทำสมัชชาปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม ๒๕๕๓ ๒.โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ อย่างต่อเนื่องโดยมีการปรับปรุงกระบวนการที่จะดำเนินการในการที่จะให้นักเรียนและผู้ปกครอง ได้รับผลประโยชน์จากโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ให้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังสือเรียน เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน นักเรียนจะต้องมีความพร้อมก่อนที่จะเปิดภาคเรียน ซึ่งให้หน่วยราชการที่ควบคุม กำกับ โรงเรียนทุกส่วน รวมทั้งในส่วนที่ไม่อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการด้วย แต่จะขอความร่วมมือให้โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป ๓.โรงเรียนดีประจำตำบล โครงการนี้จะมียุทธศาสตร์ในการที่จะไปสร้างโรงเรียนดีให้เกิดขึ้นในตำบลห่างไกลในชนบท ภายใต้การกำกับของชุมชน โดยมีกระบวนการที่องค์การบริหารส่วนตำบลจะต้องเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยการเริ่มต้นที่จะทำประชาคมในตำบลที่มีโรงเรียนขนาดเล็กและอยู่ห่างไกล ให้มาร่วมกันจัดการศึกษาในโรงเรียนดีประจำตำบล โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของการรับ-ส่ง นักเรียนในตำบลมาที่โรงเรียน รับผิดชอบดูแลในเรื่องของอาหารกลางวัน เป็นต้น โดยจะดำเนินการจัดสร้างอาคารเรียนที่ทันสมัย มีห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องอินเทอร์เน็ต สระว่ายน้ำ และมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ มีปัจจัยในการบริหารจัดการโรงเรียนให้มีความสมบูรณ์ โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาไปดำเนินการในเรื่องนี้ ถ้าหากว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดสามารถคัดเลือกตำบลได้แล้ว ก็จะดำเนินการทำ MOU ร่วมกัน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทย ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งถือเป็นการเปิดทศวรรษใหม่ของการปฏิรูปการศึกษาที่จะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก ร่วมมือกันกระจายอำนาจในการจัดการศึกษาโดยให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญคือจะเป็นการลดภาระด้านงบประมาณให้กับผู้ปกครองในการจัดการศึกษาด้วย ๔.จะแสวงหาความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการดำเนินการจัดการศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกรณีพิเศษ โดยมุ่งเน้นให้มีการจัดการศึกษา ทั้งสายสามัญและด้านศาสนาที่จะต้องควบคู่กันไป โดยการส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของสถาบันปอเนาะ ได้มีความเข้มแข็ง ตลอดถึงการส่งเสริมครูฟัรดูอีน ตลอดถึงครูที่เป็นอุสตาซต่างๆ ให้ได้รับการพัฒนา โดยจะทุ่มเทโดยใช้การศึกษาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจ และสร้างสันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการพัฒนาการศึกษา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕. กศน.ตำบล จะขอความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย โดยร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะร่วมกันประสานให้มีการจัดตั้งกศน.ตำบล ภายในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ และให้ กศน.ตำบล มีศูนย์ ICT มีอินเทอร์เน็ตสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดถึงจะเป็นแหล่งที่ฝึกอาชีพ และแหล่งพัฒนาความเข้าใจ ความปรองดอง ความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในชาติด้วย ๖. Teacher Channel ที่จะดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และเครือข่ายที่รับผิดชอบครูต้นแบบต่างๆ เพื่อที่จะให้ครูได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดถึงวิธีการสอน กระบวนการสอนที่ดี และสามารถนำไปใช้ได้ในการสอนจริงในห้องเรียน ตลอดถึงจะดำเนินการ Tutor Channel ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว โดยยึดหลักว่า คุณภาพนั้นต้องเกิดจากห้องเรียน แต่จะเติมเต็มทุกโอกาส ทุกสถานที่ โดยการเพิ่มบรรจุลงในเว็บไซต์ เพื่อให้นักเรียนที่พลาดโอกาสจากการดูโทรทัศน์ สามารถดูได้จากทางอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ๗. ผลักดัน พระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินวิทยฐานะ มีข้าราชการครูจำนวนมากยังไม่ได้ปรับโครงสร้างเงินเดือน ให้เป็นไปตามการปรับโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการอื่นๆ ซึ่งได้ปรับมาแล้ว เนื่องจากเงินเดือนและวิทยฐานะของครูนั้นผูกติดกับพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้เร่งรัดเรื่องนี้เพื่อให้ครูได้รับสิทธิประโยชน์ นอกจากนั้นยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ไปดูแลเรื่องเงินวิทยพัฒน์ และดูแลเรื่องกองทุนพัฒนาครู เพื่อดำเนินการในการพัฒนาครูอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยเฉพาะโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ขอให้มีการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อพัฒนาชีวิตครู ให้ครูใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยใช้กระบวนการจัดตั้งเครือข่ายในรูปแบบองค์การมหาชน ที่เป็นเครือข่ายพัฒนาครู เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ตลอดถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงต่อไป ๘. สนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ได้มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อจะส่งเสริมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดขึ้น ที่สำคัญคือมุ่งเน้นที่จะทำงานร่วมกันในการที่จะผลิตครูวิทยาศาสตร์ และครูคณิตศาสตร์ เพื่อที่จะให้ครูเหล่านี้ได้เป็นพลังขับเคลื่อนในการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดผลในการที่จะให้นักเรียนของเราได้โอกาสมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และจะส่งเสริมต่อยอดที่จะให้นักเรียนของเราได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนลักษณะพิเศษคือ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และมีการส่งเสริมให้จัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยในทุกภูมิภาค ถือเป็นนโยบายใหม่ที่จะต้องขับเคลื่อนภายใต้การระดมพลังสมองที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกัน โครงการ” 1 ตำบล 1 โรงเรียนดีขนาดเล็ก “ ศธ.ทำโครงการ” 1 ตำบล 1 โรงเรียนดีขนาดเล็ก “ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ผ่านการประเมินสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) โดยดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาร่วมมือกับ ศธ. พัฒนาให้โรงเรียนเป้าหมายกลายเป็นโรงเรียนขนาดเล็กดีเด่นของตำบล จะดึงนายกรัฐมนตรีมาร่วมโปรโทตโครงการดังกล่าว โดยให้นายกฯ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ร่วมกับผู้บริหาร อปท. ด้วยตนเอง ทบทวนปรับโครงสร้างทั้งระบบ ชี้อาจเปลี่ยนเป็นทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชินภัทร”เร่งทบทวนปรับโครงสร้างทั้งระบบ ชี้อาจเปลี่ยนเป็นทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน คาดใช้เวลา 3 เดือนเสนอ ว่าที่ รมว.ศธ.คนใหม่พิจารณา แจงปรับเพื่อลดช่องว่างการทำงานระหว่างส่วนกลางและเขตพื้นที่ และเพื่อรองรับการทำงานของ ศธ. เมื่อ วันที่ 12 ม.ค.2553- นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการอภิปรายว่า สพฐ. ควรใช้โอกาสในช่วงระยะเวลาการพิจารณาทำรายละเอียดของการปรับโครงสร้างการทำงานของ สพฐ. เพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ประกอบกับเพื่อรองรับการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ตามแผนปฏิบัติราชการศธ. แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด เป็นต้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับระบบการทำงานเพื่อลดปัญหาช่องว่างที่เกิดระหว่างส่วนกลางและส่วนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยการพยายามมอบหมายให้ผู้บริหารจากส่วนกลาง คือ รองเลขาธิการ กพฐ. ที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ แบ่งโซนการรับผิดชอบเพื่อประสานงานในระดับกลุ่มจังหวัด ตามกลุ่มของศูนย์ตรวจราชการ 19 ศูนย์ ทั้งนี้ การพิจารณาปรับปรุงต้องทำทั้ง 3 ส่วน คือ ส่วนกลาง หรือ สพฐ. ระดับ สพท. และระดับโรงเรียน โดยส่วนกลางได้นำข้อมูลการทำงานภายใต้โครงสร้างเดิมที่ดำเนินการมา 6-7 ปี มาทบทวนอีกครั้งอย่างเป็นระบบ เช่น หากพิจารณาปรับเป็นทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน จริงตามที่มีข้อเสนอจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างภายในให้สอดคล้องกันอย่างไรบ้าง เช่น การแบ่งเขตพื้นที่มัธยมศึกษา และเขตพื้นที่ประถมศึกษา ในระดับ สพท.ต้องวิเคราะห์ถึงระบบการบริหารงานที่ผ่านมา จำนวนกรอบอัตรากำลังบุคลากร ซึ่งเมื่อครั้งมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงสร้างในปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาให้ต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันใน สพท. มีรองผอ.สพท.จำนวนถึง 10-12 คนต่อเขต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่รูปแบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องทบทวนและออกแบบให้เหมาะสม นายชินภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนระดับโรงเรียน ที่ผ่านมาแม้มีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่การทำงานในบางจุดก็ไม่ได้เป็นไปตามฐานะหรืออำนาจที่มี เช่น งบประมาณก็ยังคงต้องรับการจัดสรรไปจากส่วนกลาง หรือแม้แต่การคัดเลือกบุคลากรครู เช่นกัน เพราะฉะนั้นต้องดูว่าจะปรับเช่นไรให้เกิดการบริการตามรูปแบบที่เน้นการกระจายอำจานสู่สถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ได้มอบให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.) สพฐ. ไปเป็นผู้จัดทำรายละเอียด ผ่านการสัมมนาเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงโครงสร้าง สพฐ. “คาดว่าจะใช้เวลาในการทำงานประมาณ 3 เดือนก็พร้อมจะนำข้อมูลเสนอต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่าที่ รมว.ศธ.พิจารณา เพราะว่าทำมาบ้างแล้วไม่ได้เริ่มจากศูนย์ อีกทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ต้องศึกษากฎหมายควบคู่กันไปด้วย เมื่อทำแล้วจะต้องให้ฝ่ายกฎหมายกลั่นกรองอีกครั้ง เช่น การตั้งเป็นทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไมได้เป็นการเพิ่มภาระหรือลดภาระลง แต่วัตถุประสงค์หลักที่ปรับโครงสร้างเพื่อจัดระบบการทำงานให้ลื่นไหลและเหมาะสม เพราะในระบบโครงสร้างปัจจุบันนั้น ในบางจุดยังไปสกัดทำให้คนในไม่มีโอกาสได้เติบโตในหน้าที่การงาน”เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 1. ภารกิจตามบทบาทหน้าที่ทั้งส่วนการบริหารทั่วไป และด้านวิชาการ 2.ความรับผิดชอบตามพื้นที่ เช่น ความรับผิดชอบในส่วนอำเภอ หรือกลุ่มโรงเรียนในเขตพื้นที่ และ 3.ภารกิจเฉพาะ เพราะฉะนั้น การไปปฏิบัติงานในอำเภอนั้นจะต้องดูความเหมาะสมและความจำเป็นซึ่งจะต้องกำหนดรูปแบบที่ชัดเจน กรณีที่ดูแลอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวก็อาจจะต้องตั้งเป็นศูนย์ประสานงาน อย่างไรก็ตาม มอบให้สำนักนโยบายและแผน (สนผ.) สพฐ. ไปศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของทั้ง 185 เขต เพื่อกำหนดว่าเขตพื้นที่ใดมีศูนย์ประสานงานและเป็นภารกิจแบบใดที่ รองผอ.สพท.ดำเนินการ รวมถึงการวิเคราะห์การใช้ทรัพยากร ได้แก่ งบประมาณ บุคลากร เป็นต้น
|